ทำไมนักลงทุนส่วนใหญ่ถึงเสียเงิน และทำไมตลาดถึงเป็นเช่นนั้น

วันนี้ผมจะยกเรื่องมาพูดโดยสังเขปและมองให้ลึกขึ้นเกี่ยวกับเรื่อง “ทำไมนักลงทุนมากมายถึงสูญเงิน” เมื่อคุณกำลังอ่านอยู่ และเมื่อผมชี้ให้เห็นถึงหัวข้อนี้ ใครก็ตามสามารถหลุดพ้นจากการเป็นเหมือนฝูงชนส่วนใหญ่ และสร้างผลลัพธ์กลับมาที่เหนือกว่าค่าเฉลี่ย (หรือต่ำกว่าค่าเฉลี่ย) การที่จะหลุดออกจากการคนทั่วๆไป คุณจะต้องรู้หลายๆ อย่างเกี่ยวกับตัวคุณ แนวโน้มของมนุษย์ และวิธีการผสมผสานเพื่อสร้างการเคลื่อนไหวของสังคม (ซึ่งสะท้อนออกมาทางตลาดหุ้น) บทความนี้จะแสดงให้คุณเห็น ว่าสิ่งที่คุณเชื่อว่าเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดของคุณ อาจเป็นสิ่งเดี่ยวกับที่ทำให้คุณเป็นเหมือนกลุ่มคนทั่วๆไป และทำให้คุณเข้าตลาดและออกตลาดผิดเวลา มันอาจเป็นบทความที่ยาวเสียหน่อย อาจทำให้ใครหลายคนหงุดหงิด แต่ในระยะยาวการยอมรับและเรียนรู้การจัดการกับปัญหา ซึ่งจะกล่าวถึงในบทความอาจช่วยคุณได้ก้าวเข้าสู่ความสำเร็จเล็กๆ ในฐานะของนักลงทุน

 

ทำไมนักลงทุนมากมายสูญเงิน – แล้วทำไมการตลาดยังเป็นเช่นนั้น


นักลงทุนส่วนใหญ่อาจเคยได้ยินสถิติ “95% ของนักลงทุนสูญเงิน” “มีเพียง 5% ของนักลงทุนสามารถอยู่กับมันได้” หรือ “เพียง 1% เท่านั้นที่ทำเงินได้” มาก่อน ไม่ว่าตัวเลขจะเป็นเท่าไหร่ มันอาจได้มาจากการวิจัย แต่ความจริงแล้วคือนักลงทุนจำนวนมากจะต้องสูญเสีย และมันเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หลากหลายเหตุผลถูกยกขึ้นมา อย่างเช่นโชคไม่ดีในการจัดการเงิน, เข้ามาผิดเวลา, นโยบายทางรัฐไม่ดี, การควบคุมไม่ดี หรือกลยุทธไม่ดี ทั้งหมดนั้นคือมันไปได้สวย…และบางคนในนั้นสามารถลงทุนด้วยตัวเองได้ประสบความสำเร็จ…แต่มันมีเหตุผลที่ลึกกว่านั้น เหตุผลที่นักลงทุนส่วนมากจะสูญเงิน ไม่ว่าจะใช้วิธีการใดๆที่พวกเขาหามา ผมจะกล่าวว่าว่าถึงนักลงทุนทุกคนจะรู้วิธีการ (ต้องให้เข้าใจว่าการรู้และการทำนั้นแตกต่างกัน) ในการลงทุนที่ประสบความสำเร็จจากในเงื่อนไขปัจจุบัน แต่นักลงทุนส่วนมากจะสูญเงินไปในระยะยาว

 

ทำไมนักลงทุนส่วนมากถึงสูญเงิน – ตลาดไม่ใช่อิสระของพวกเรา มันคือพวกเราเอง

ทำไมนักลงทุนส่วนมากสูญเงิน และสิ่งที่นักลงทุนไม่ทันได้คิดถึงคือตลาดนั้นเป็นศูนย์รวมความเคลื่อนไหวของพวกเขา และการตอบสนองต่อความเคลื่อนไหวของพวกเขา และต่อความเคลื่อนไหวของคนอื่นด้วย อาจฟังดูสับสนแต่ให้พิจารณาตอนที่คุณเตรียมตัวค้าหุ้น หลับตาลงและกดปุ่ม “Enter” (เปิดการลงทุน) คุณไม่รู้เลยว่าตลาดตอนนี้เป็นอย่างไร (คุณยังหลับตาอยู่) แต่คุณเริ่มตอบสนองกับการกระทำของคุณแล้ว คุณสงสัยว่าคุณทำดีแล้วหรือยัง คุณจะปรับจุดหยุดการสูญเสีย ได้หรือเปล่า หรือคุณควรเข้ามาเร็วกว่านี้หรือช้ากว่านี้ มันเกิดขึ้นต่อเนื่องกันหลังจากที่คุณเปิดตาขึ้นมาและดูว่าการกระทำของคุณ (การลงทุน) นั้นเคลื่อนไปในทิศทางที่สัมพันธ์กันกับการกระทำและการตอบสนองของคนอื่นหรือเปล่า แม้แต่นักลงทุนที่ช่ำชองก็ยังต้องผ่านช่วงเวลาแบบนี้มาก่อน

หรือในอีกความหมายหนึ่ง ตลาดคือวังวนการตอบสนองขนาดใหญ่ แสดงให้นักลงทุนเห็น (และใครก็ตามที่เข้ามาดูตลาด) เครื่องวัดอุณหภูมิอารมณ์ทางสังคมภายในนักลงทุนแต่ละคน และเมื่อสิ่งเหล่านั้นเติบโตขึ้น มันดำเนินการไปเรื่อยๆ

นักลงทุนจำนวนมากเหมือนจะคิดว่าตลาดคือบางสิ่งที่มีราคาที่ภายนอกราคา ที่ให้ค่าโดยผู้ค้า ผมอยากจะคิดว่ามันคือมาตรวัดตามเวลาจริงของความเห็นสังคมต่อความสามารถในการผลิตของพวกเขา…หรือเรียกง่ายๆ คืออารมณ์ทางสังคม

เมื่อเข้าใจการตลาดแล้ว ความคิดที่ว่าทุกคนสร้างเงินได้ก็ไม่ใช่ความคิดที่เที่ยงตรงอีกต่อไป แต่เป็นความคิดที่เป็นไปไม่ได้และน่าขำ ถ้าทุกคนสร้างเงินได้ตลาดจะไม่เกิดขึ้น มิเช่นนั้นแล้วใครจะอยู่อีกฝั่งของตลาดล่ะ?

ในอีกทางหนึ่ง นักลงทุนมากมายรู้สึกว่าพวกเขาสามารถเคลื่อนไปพร้อมกับฝูงชนเพื่อให้ได้ (กระดาษ) กำไร และออกมาก่อนที่ฝูงชนจะนำการลงทุนนั้นไปสร้างเป็นกำไรให้ตัวเอง ในทางทฤษฏี มันก็ฟังขึ้น แต่จำเอาไว้ว่าทุกคนทำสิ่งเดียวกับคุณ สิ่งที่ทำให้คุณได้เงินมาในคราวนี้ก็คือฝูงชน หากไม่มีนักลงทุนจำนวนมากตัดสินใจในสิ่งเดียวกัน ตลาดจะไม่ก้าวไปข้างหน้า มันต้องอาศัยความเชื่อมั่นของนักลงทุนในการสร้างแนวโน้ม จากนั้นมันต้องอาศัยการยอมรับว่า “นี่คือบรรทัดฐานใหม่” เพื่อจบมันและ “บิดเบือนมัน” จากนั้นก็ต้องใช้ความท้อแท้เป็นจำนวนมากเพื่อทำลายมันให้เปลี่ยนไปทางอื่น

ทำไมนักลงทุนส่วนใหญ่ถึงสูญเงิน – มีเพียงไม่กี่คนที่เอาชนะตลาดได้ ไม่ใช่ฝูงชน (และฝูงชนก็คือ 80-90+%)

ลองคิดดูสักหน่อยว่าหากนักลงทุนทุกคนทำตามกฎว่าจะไม่ทำเรื่องเสี่ยงเกิน 1% ของบัญชีของพวกเขาในการลงทุน และใช้กลยุทธเดิมๆ ที่คิดขึ้นมาโดยผู้เชี่ยวชาญ การหยุดการสูญเสียจะทำให้ทุกที่และราคาลอยตัวและยุบตัวลง…ที่พวกเขาทำอยู่ในตอนนี้ ที่ผู้คนยึดมั่นในตัวของพวกเขาเอง (และต่างประเภทของ) กลยุทธ! หรือในอีกทางหนึ่ง ทุกคนพยายามทำเรื่องที่ “ถูกต้อง” ที่เหมือนกัน สร้างการเคลื่อนไหวบนตลาดที่เหมือนกัน ทำให้ทุกคนต่างก็ทำในเรื่องที่ “ผิด” ต่อตัวเองเหมือนกัน

นี่คือเหตุผลที่นักลงทุนส่วนใหญ่สูญเงิน และมันเป็นสิ่งที่นักลงทุนที่ไม่ธรรมดาต้องก้าวผ่าน จากที่อาจารย์อูเกวได้เอ่ยไว้ในภาพยนตร์เรื่อง ‘กังฟูแพนด้า’ “คนผู้ใดมักได้พบเจอกับโชคชะตาของตน ในเส้นทางที่พวกเขาเลือกเพื่อหลีกหนี”

โชคดีที่มันแทบเป็นไปไม่ได้ในการโน้มน้าวให้กระทิงกลายเป็นหมี เมื่อพวกเขาอยู่ในตำแหน่งแล้ว มันอาจจะกลายเป็นเรื่องที่หยั่งไม่ถึงมากขึ้นในการโน้มน้าวให้นักลงทุนแต่ละคนลงทุนในทางใดทางหนึ่ง จุดสำคัญคือมันไม่สำคัญอีกแล้วว่าใครจะลงทุนอย่างไร หรือใครจะลงทุนเหมือนๆ กัน…ส่วนใหญ่แล้วคือจะสูญเสีย การพยายามที่จะหลีกเลี่ยงมัน (หรือคือการสร้างกำไร) จะสร้างบ่วงไปผูกคอพวกเขาเอง

ทำไมคนส่วนใหญ่ถึงสูญเงิน – ไม่เข้าใจธรรมชาติของตลาด

นักลงทุนที่มีประสบการณ์สามารถเรียนรู้ที่จะเคลื่อนไปกับฝูงชน และจะได้รู้ความไม่แน่นอนของฝูงชน (และความไม่แน่นอนของตัวเองเช่นกัน) นักลงทุนจะรู้ได้ในที่สุดว่าอารมณ์ทางสังคมบงการตลาดและข่าวคราว นี่เป็นเรื่องที่ตรงกันข้ามกับทัศนะวิสัยตามปกติ ว่าข่าวและตลาดบงการอารมณ์ทางสังคม

นักลงทุนที่ประสงความสำเร็จจะค้นพบสิ่งที่มันใช้การได้และยึดติดกับมัน ไม่ยอมให้ใครดึงพวกเขาออกจากกลยุทธของพวกเขา และนี่คือสิ่งที่นักลงทุนทำพลาด และเหตุผลที่คนจำนวนมากสูญเงิน แม้ทุกคนจะพยายามกันเต็มที่ พวกเขาก็ไม่สามารถเอาตัวของพวกเขาออกจากฝูงชนได้เมื่อได้นับจริงๆ

เมื่อเพื่อนของคุณทุกคนซื้อหุ้น และพูดว่าน้ำมันในตลาดเปลี่ยนราคาไปเป็น 200 ดอลล่าร์ หรือ 20 ดอลลาร์ (หรือจะเป็นตัวเลขอะไรก็ตามตามแต่วันนั้น) และมีการวิคราะห์ไปในช่องทีวีว่ามันเป็นเช่นนั้น มันก็ยากที่จะทำตัวให้แตกต่างออกไป อย่างไรก็ตาม หากคุณพนันแข่งกับคนอื่นๆ และคุณพลาด เพื่อนของคุณจะหัวเราะเยาะคุณด้วยพวกเขาคิดว่า กำไรทางกระดาษ ของพวกเขาที่จะขยายตัวขึ้นจะเอาไปรับเงินได้ที่ธนาคารเร็วๆ นี้ คุณพบกับความรู้สึกเสียใจที่ทำพลาดในการหาเงิน และบางทีอาจจะรู้สึกอายสังคมด้วย และโอ้สวรรค์ คุณนั้นถูกต้อง ผู้คนแค่เกลียดคุณเพราะคุณเพิ่งทำเงินได้ ขณะที่พวกเขาเพิ่งเสียแม้แต่เสื้อที่ใส่อยู่ของตัวเองไป ฟังดูไร้สาระไหมล่ะ?

พิจารณาจากความโกลาหลของสาธารณะระหว่างการประท้วงวอลสตรีท หรือผู้คนรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมากในการปิดกั้นกองทุนและนักลงทุนที่สร้างเงินเป็นพันล้านได้ เมื่อเห็นราคาบ้านถล่มและได้ผลประโยชน์จากมัน! หรือผู้จัดการที่ไม่พอใจที่ยังมีงานของเขาต่อ ในขณะที่พนักงานคนอื่นตกงาน นักลงทุนที่ชนะและนักวิเคราะห์ที่ถูกต้องมักจะถูก “สาบแช่ง” ในช่วงการตลาดที่เปลี่ยนแปลงฉับพลัน ในขณะที่คนส่วนใหญ่ล้ม

และไม่ผิดหรอก กองทุนเก็งกำไร กองทุนหุ้นต่างๆนั้นก็ไม่มีความแตกต่าง ส่วนใหญ่แล้วต่างก็ถูกผลกระทบไปพร้อมกับผู้ประกอบการค้าปลีกและนักลงทุน แม้ส่วนใหญ่แล้วจะไม่แย่เท่ากับของนักลงทุนที่ไม่มีความรู้ดี ซึ่งเป็นพวกที่จะล้มละลาย สูญเงินทั้งหมดที่มีอยู่จนหมดเมื่อสถานการณ์ย่ำแย่ลง

ที่น่าสนใจก็คือเมื่อกองทุนเก็งกำไรอาจสร้างค่าเฉลี่ยได้ราวๆ ปีละ 20% ของในรอบ 20 ปี นักลงทุนทั่วไปในกองทุนนั้นจะสร้างได้น้อยกว่านั้น ทำไมล่ะ? นั่นเพราะพวกเขาลงทุนและเอาเงินของพวกเขาออกมาในจุดที่ผิดพลาด เหมือนอย่างที่พวกเขาทำลงไปในตลาด กองทุนเก็งกำไรหรือกองทุนหุ้นคือหน่วยงานลงทุน (ขนาดเล็ก) ที่นักลงทุนและแลกเปลี่ยนสามารถฝากและถอนได้ ขึ้นอยู่กับว่าพวกเขาจะคิดว่าจะเอาเงินทุนนั้นไปทำอะไร

โน้ต : นักลงทุนต้องระมัดระวัง “อคติของผู้รอด” พวกเรามักได้ยินเรื่องของคนที่ทำกำไรมหาศาลมากกว่าคนที่สูญเสียทุกอย่าง นั่นเพราะสังคมไม่มีทางรู้เรื่องของคนที่สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง และไม่มีใครพูดถึงพวกเขา คนจำนวนน้อยที่สร้างเงินขึ้นมามักจะพูดบอกให้คนอื่นรู้เรื่องของพวกเขา และสร้างภาพลวงตาที่อาจจะจงใจหรือไม่ได้จงใจขึ้นมา ว่าทุกคนสามารถทำได้เหมือนอย่างที่พวกเขาทำ

และยังต้องคำนึงว่า ทุกคนเริ่มต้นลงทุนเพียงตัวคนเดียวและลงทุนในแบบของตัวเอง แต่ส่วนใหญ่แล้วจะไปจบลงที่อยู่ในฝูงชนและสูญเงินไป (ให้จำอาจารย์อูเกวไว้) ทำไมล่ะ? เพราะแต่ละคนยอมให้มันเกิดขึ้น…โดยไม่ได้ตั้งใจ อารมณ์ทางสังคมของพวกเขา ไม่ว่ามันจะเป็นอารมณ์ในแง่ดี ความโลภ ความกลัว ฯลฯ มักจะถูกเติมเต็มด้วยอารมณ์ทางสังคมแบบเดียวกันที่แพร่หลายอยู่ในสังคม และไม่น่าแปลกใจเลยที่ใครสักคนจะเริ่มชอบแฟชั่นที่คนอื่นๆ สวมใส่อยู่ ในการที่จะปรับเปลี่ยน คนส่วนใหญ่จะเปลี่ยนแปลงไปด้วยกัน เคลื่อนไปยังความปรารถนาแบบเดียวกัน และเคลื่อนออกจากสิ่งที่ไม่ชอบเหมือนๆ กัน เช่นนั้นสิ่งที่ตลาดนำเสนอออกมา จะให้สิ่งเดียวกันตอบกลับมา ที่จะล่อให้นักลงทุนเข้าไปในฝูงชน

ยกตัวอย่างเช่น คนคนหนึ่งมีประสบการณ์ในการลงทุนหุ้นที่น้อย อยากที่จะเข้าไปมีส่วนร่วม เพราะทุกคนที่อยู่รอบตัวเขาต่างเข้าร่วม โฆษณานั้นมีอยู่ทั่วไปในโทรทัศน์ และยังมีผู้ประกาศข่าวภาคค่ำพูดถึงบ่อยๆ ว่าตลาดนั้นดี ในบรรยากาศเช่นนี้ คุณจะมั่นใจได้อย่างแน่นอนว่าจะมี “ผู้ช่วยเหลือ” อยู่มากมายยื่นมือออกมาต้อนรับนักลงทุนผู้นี้เข้าสู่ “ฝูงชน” สอนให้พวกเขาร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับฝูงชน และทำให้พวกเขาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในโลกที่มืดบอด มีคนที่มืดบอดเช่นเดียวกันคอยนำทาง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *