การเป็นนักลงทุนรายวัน

นักลงทุนรายวันกลับมาแล้ว หากคุณอยากเข้าร่วม นี่คือเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ

นักลงทุนรายวัน นักลงทุนของตลาดหุ้นมือสมัครเล่นที่พบเจอเป็นครั้งสุดท้ายในช่วงดอทคอมบูมกลับมาอีกครั้ง

โบรกเกอร์หุ้นได้รายงานว่าปริมาณการค้ารายวันได้เพิ่มสูงขึ้น เพื่ออาศัยความได้เปรียบจากการผันผวนของหุ้นในตลาด

บาร์เคลย์ โบรกเกอร์หุ้นได้กล่าวไว้ว่านักลงทุนรายวันนั้นได้กลับมาเป็นจำนวนหนึ่งตั้งแต่ช่วงฤดูใบไม้ผลิ จากเมื่อไม่กี่เดือนที่แล้ว “ผู้สั่งค้าเท่านั้น” ที่เป็นนักลงทุน ที่ตัดสินใจโดยไม่ต้องมีใครแนะนำได้ล็อคออนเข้ามาทุกวันเพื่อซื้อและขายจำนวนเงิน สัญญาส่วนต่าง (CFDs) และตราสารทุน การเล่นตลาดมันก็เหมือนกับการพนันไพ่

ตั้งแต่ฟองสบู่เทคโนโลยีแตก เมื่อนักลงทุนมือใหม่คิดว่าพวกเขาจะสามารถสร้างเงินได้ในทันทีโดยการลงทุนในหุ้นบ่อยๆ การลงทุนรายวันมีผู้ลงทุนที่บ้าบิ่นมาเข้าร่วม และตัดสินใจลงทุนตามอำเภอใจ แต่บาร์เคลย์บอกว่านักลงทุนรุ่นใหม่นั้นฉลาดและมีการศึกษาดี พวกเขาใช้การค้นคว้าวิจัยเข้าร่วมด้วย ไม่เหมือนกับสมัยที่เทคโนโลยีเพิ่งเข้ามามีบทบาท พวกเขาไม่หวังพึ่งเคล็ดลับจากคนขับแท็กซี่

TD Waterhouse อีกหนึ่งโบรกเกอร์หุ้นกล่าวไว้ว่า “มันไม่เคยยุ่งแบบนี้มาก่อน”

ในไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา นักลงทุนได้ทำการลงทุนหุ้นเหมืองแร่ ทว่าในต้นปีนี้มันคือหุ้นของธนาคาร ว่ากันว่ารอบการลงทุนนั้นได้เพิ่มขึ้น 25% ในหกเดือนที่ผ่านมา ในสองวันของเดือนพฤษภาคม โวลุ่มการลงทุนรายวันเพิ่มขึ้นเป็น 138%

กาวิน โอลแฮม หัวหน้าฝ่ายบริหารของแชร์เซ็นเตอร์ได้กล่าวไว้ เขาได้เห็นระดับการลงทุนที่ไม่เคยมีในประวัติกาลเมื่อหกเดือนที่แล้ว มันรุนแรงขึ้นด้วยความผันผวนของตลาดและวิกฤตของธนาคาร “ระหว่างครึ่งปีแรก นักลงทุนมากมายได้เข้ามาและออกไปจากแผนกธนาคาร เพื่อหวังถึงกำไรของราคาหุ้นที่ผันผวน แม้กระทั่งตอนนี้ธนาคารยังเป็นผู้ครองรายชื่อของหุ้นที่ถูกลงทุนบ่อยมากที่สุด” เขากล่าว

“ระดับของกิจกรรมที่เพิ่มขึ้นนั้นความจริงแล้วคือข้อพิสูจน์ของความง่ายในการค้าแบบออนไลน์ในทุกวันนี้ ที่ทำให้สะดวกขึ้น นักลงทุนสามารถตอบสนองการเปลี่ยนแปลงของตลาดได้ทันทีที่มันเกิดขึ้น”

สำหรับบางคนที่อยากจะเป็นนักลงทุนรายวัน นี่คือสิ่งที่คุณจะต้องพิจารณาว่าคุณจะลงทุนอย่างไร และมันเกี่ยวข้องกันอย่างไร

การลงทุนรายวันมักจะลงทุนกับบริษัทหรือกับสินค้าโภคภัณฑ์จำนวนน้อย บางครั้งอาจลงทุนกับเพียงแค่หนึ่ง และเพื่อให้รู้ว่าสินทรัพย์เหล่านั้นจะตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไร จากสตีเฟน บาร์เบอร์ หัวหน้านักวิจัยจาก Selftrade อีกหนึ่งโบรกเกอร์ มันอนุญาตให้คาดเดาได้ว่าราคาจะตอบสนองอย่างไร จากนั้นถึงสามารถลงทุนให้มีกำไรได้

นี่คืออีกหนึ่งเหตุผลที่นักลงทุนรายวันชอบความผันผวนของตลาด มันมีการเคลื่อนไหวของราคาที่พวกเขาคาดหวังและทำกำไรได้ นักลงทุนรายวันควรหาประโยชน์จากความรู้นี้ ในทางที่นักลงทุนรายใหญ่อย่างผู้จัดการกองทุนทำไม่ได้ เขากล่าวเสริม พวกเขาสามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็วมากขึ้นกับเหตุการณ์ และลงทุนกับบริษัทขนาดเล็กมากกว่าบริษัทใหญ่ที่นักลงทุนจะสามารถทำได้

นักลงทุนรายย่อยต่างสามารถวิ่งหาเงินสดได้ตลอดเวลา ซึ่งผู้จัดการกองทุนไม่สามารถทำได้ทุกช่วงเวลา แต่พวกเขาไม่มีคนช่วยเหลือในเรื่องของการวิเคราะห์ อย่างเช่นที่พบเห็นได้ในบริษัทลงทุนขนาดใหญ่

นักลงทุนรายวันทั้งหลายใช้ “เทคนิค” ในการวิเคราะห์ตอนที่ต้องตัดสินใจลงทุน คุณบาร์เบอร์กล่าว พวกเขาอาจเห็นได้ว่าหุ้นนั้นมีแนวโน้มที่จะวิ่งในขอบเขตของราคาหนึ่ง และรอดูโอกาสที่มันจะพุ่งออกมา “เว็บไซต์ซื้อขายหุ้นมากมายมีเครื่องมือที่ให้นักลงทุนได้วิเคราะห์เทคนิคของตัวเอง” เขากล่าว

หากคุณกำลังคิดอยากเป็นนักลงทุนรายวัน ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้คุณเริ่มจากการลองค้าหุ้นในตลาดจำลองก่อน “เว็บไซต์ลงทุนมากมาย เช่น IQ Option และ Olymp Trade อนุญาตให้คุณสร้างพอร์ตการลงทุนขึ้นมาและทดลองการลงทุนโดยไม่ต้องใช้เงินจริง” เคท โบว์แมน จาก Hargreaves Lansdown กล่าว “นี่คือทางเลือกที่ดีในการค้นหาว่าคุณเป็นนักลงทุนที่ดีอย่างที่คุณคิดหรือเปล่า”

อีกหนึ่งกฎของการลงทุนที่นักลงทุนแบบรายวันต้องทำตามคือการตั้งเป้าหมายให้แน่ชัด และไม่พยายามลงทุนไปมากกว่าที่พวกเขาจะขาดทุนได้ คุณบาร์เบอร์กล่าว

“นักลงทุนบางคนจะมีการแบ่งพอร์ตการลงทุนแยกย่อยออกไปมากมาย พวกเขาลงทุนในระยะยาว บางทีอาจจะเป็นส่วนหนึ่งของแผนจัดการเงินของพวกเขา จากนั้นพวกเขาถึงลงทุนด้วยเงินแยกก้อนกัน จากการจัดการกับความเสี่ยงในแบบนั้น การลงทุนบางครั้งก็เป็นเรื่องสนุกได้”

นักลงทุนรายวันที่มีประสบการณ์มักมองหาเงินแบบ “ทีละน้อยแต่บ่อยๆ” เสมอ เขากล่าวเสริม “พวกเขารู้ว่าพวกเขาไม่สามารถเพิ่มเงินเป็นเท่าตัวได้ในการลงทุนเพียงไม่กี่ครั้ง คุณเรียนรู้ว่าอะไรใช้งานได้ จากนั้นใช้ความรู้นั้นซ้ำไปซ้ำมา แต่ละครั้งจะได้กำไรมาทีละนิด จากการรักษาวินัยและไม่โลภมาก คุณจะสร้างฐานะได้”

อีกหนึ่งเทคนิคที่มักใช้กันก็คือการปิดทุกตำแหน่งเมื่อหมดวัน ราคาพุ่งขึ้นลงแรงๆ จะเกิดขึ้นหลังจากที่ตลาดเปิด จากการที่นักลงทุนตอบสนองต่อข่าวที่เกี่ยวข้องตลอดทั้งคืน การเก็บเงินของคุณไว้กับตัวทั้งคืนหมายความว่าคุณจะไม่เจ็บช้ำมากหากมีข่าวร้าย ราคาตกลงอย่างรวดเร็ว

เพื่อหลีกเลี่ยงโอกาสสูญเสียจำนวนมาก มันคงดีกว่าที่จะเริ่มต้นการลงทุนด้วยหุ้นแบบง่ายๆ ก่อนที่จะย้ายไปค้าหน่วยลงทุนที่แปลกใหม่อย่าง สัญญาส่วนต่าง หรือ สัญญาประกัน

“บางวิธีการของการลงทุน อย่างเช่นการซื้อเป็นตราสารทุนแบบทั่วไปเป็น ‘การจำกัดความเสี่ยง’” คุณบาร์เบอร์กล่าว “นั่นหมายความว่าคุณไม่สามารถเสียได้เกินกว่าที่คุณลงทุน แต่บางกรณีนั้นไม่ใช่ เช่นการเล่นสเปรดที่คุณอาจแพ้เกินกว่าจำนวนเงินที่คุณใส่เข้าไป”

แต่เครื่องมือที่แปลกใหม่นี้จะให้ข้อได้เปรียบกับคนที่เข้าใจความเสี่ยง เขากล่าวเสริม ตัวอย่างเช่น พวกเขาอนุญาตให้คุณหากำไรได้จากราคาที่ตกลงเช่นเดียวกับราคาที่เพิ่มสูงขึ้น และเพิ่มกำไรจากการที่คุณได้ทำการลงทุนที่ถูกต้อง ในศัพท์นักลงทุน นั่นคือการลงทุนแบบ “เกียร์”

และมันมีวิธีการที่จะหลีกเลี่ยงความพ่ายแพ้แบบไม่จำกัดกันอยู่ อย่างเช่นการหยุดอัตโนมัติเมื่อสูญเสีย ซึ่งมันจะช่วยคุณปิดตำแหน่งหากราคาเริ่มเคลื่อนไหวในทางตรงข้ามกับที่คุณคาดไว้ ในจำนวนเงินที่มากกว่าที่คุณตั้งไว้ คุณจะยังคงขาดทุน แต่จะไม่หนักหนามาก

 

ทำไมนักลงทุนส่วนใหญ่ถึงเสียเงิน และทำไมตลาดถึงเป็นเช่นนั้น

วันนี้ผมจะยกเรื่องมาพูดโดยสังเขปและมองให้ลึกขึ้นเกี่ยวกับเรื่อง “ทำไมนักลงทุนมากมายถึงสูญเงิน” เมื่อคุณกำลังอ่านอยู่ และเมื่อผมชี้ให้เห็นถึงหัวข้อนี้ ใครก็ตามสามารถหลุดพ้นจากการเป็นเหมือนฝูงชนส่วนใหญ่ และสร้างผลลัพธ์กลับมาที่เหนือกว่าค่าเฉลี่ย (หรือต่ำกว่าค่าเฉลี่ย) การที่จะหลุดออกจากการคนทั่วๆไป คุณจะต้องรู้หลายๆ อย่างเกี่ยวกับตัวคุณ แนวโน้มของมนุษย์ และวิธีการผสมผสานเพื่อสร้างการเคลื่อนไหวของสังคม (ซึ่งสะท้อนออกมาทางตลาดหุ้น) บทความนี้จะแสดงให้คุณเห็น ว่าสิ่งที่คุณเชื่อว่าเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดของคุณ อาจเป็นสิ่งเดี่ยวกับที่ทำให้คุณเป็นเหมือนกลุ่มคนทั่วๆไป และทำให้คุณเข้าตลาดและออกตลาดผิดเวลา มันอาจเป็นบทความที่ยาวเสียหน่อย อาจทำให้ใครหลายคนหงุดหงิด แต่ในระยะยาวการยอมรับและเรียนรู้การจัดการกับปัญหา ซึ่งจะกล่าวถึงในบทความอาจช่วยคุณได้ก้าวเข้าสู่ความสำเร็จเล็กๆ ในฐานะของนักลงทุน

 

ทำไมนักลงทุนมากมายสูญเงิน – แล้วทำไมการตลาดยังเป็นเช่นนั้น


นักลงทุนส่วนใหญ่อาจเคยได้ยินสถิติ “95% ของนักลงทุนสูญเงิน” “มีเพียง 5% ของนักลงทุนสามารถอยู่กับมันได้” หรือ “เพียง 1% เท่านั้นที่ทำเงินได้” มาก่อน ไม่ว่าตัวเลขจะเป็นเท่าไหร่ มันอาจได้มาจากการวิจัย แต่ความจริงแล้วคือนักลงทุนจำนวนมากจะต้องสูญเสีย และมันเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หลากหลายเหตุผลถูกยกขึ้นมา อย่างเช่นโชคไม่ดีในการจัดการเงิน, เข้ามาผิดเวลา, นโยบายทางรัฐไม่ดี, การควบคุมไม่ดี หรือกลยุทธไม่ดี ทั้งหมดนั้นคือมันไปได้สวย…และบางคนในนั้นสามารถลงทุนด้วยตัวเองได้ประสบความสำเร็จ…แต่มันมีเหตุผลที่ลึกกว่านั้น เหตุผลที่นักลงทุนส่วนมากจะสูญเงิน ไม่ว่าจะใช้วิธีการใดๆที่พวกเขาหามา ผมจะกล่าวว่าว่าถึงนักลงทุนทุกคนจะรู้วิธีการ (ต้องให้เข้าใจว่าการรู้และการทำนั้นแตกต่างกัน) ในการลงทุนที่ประสบความสำเร็จจากในเงื่อนไขปัจจุบัน แต่นักลงทุนส่วนมากจะสูญเงินไปในระยะยาว

 

ทำไมนักลงทุนส่วนมากถึงสูญเงิน – ตลาดไม่ใช่อิสระของพวกเรา มันคือพวกเราเอง

ทำไมนักลงทุนส่วนมากสูญเงิน และสิ่งที่นักลงทุนไม่ทันได้คิดถึงคือตลาดนั้นเป็นศูนย์รวมความเคลื่อนไหวของพวกเขา และการตอบสนองต่อความเคลื่อนไหวของพวกเขา และต่อความเคลื่อนไหวของคนอื่นด้วย อาจฟังดูสับสนแต่ให้พิจารณาตอนที่คุณเตรียมตัวค้าหุ้น หลับตาลงและกดปุ่ม “Enter” (เปิดการลงทุน) คุณไม่รู้เลยว่าตลาดตอนนี้เป็นอย่างไร (คุณยังหลับตาอยู่) แต่คุณเริ่มตอบสนองกับการกระทำของคุณแล้ว คุณสงสัยว่าคุณทำดีแล้วหรือยัง คุณจะปรับจุดหยุดการสูญเสีย ได้หรือเปล่า หรือคุณควรเข้ามาเร็วกว่านี้หรือช้ากว่านี้ มันเกิดขึ้นต่อเนื่องกันหลังจากที่คุณเปิดตาขึ้นมาและดูว่าการกระทำของคุณ (การลงทุน) นั้นเคลื่อนไปในทิศทางที่สัมพันธ์กันกับการกระทำและการตอบสนองของคนอื่นหรือเปล่า แม้แต่นักลงทุนที่ช่ำชองก็ยังต้องผ่านช่วงเวลาแบบนี้มาก่อน

หรือในอีกความหมายหนึ่ง ตลาดคือวังวนการตอบสนองขนาดใหญ่ แสดงให้นักลงทุนเห็น (และใครก็ตามที่เข้ามาดูตลาด) เครื่องวัดอุณหภูมิอารมณ์ทางสังคมภายในนักลงทุนแต่ละคน และเมื่อสิ่งเหล่านั้นเติบโตขึ้น มันดำเนินการไปเรื่อยๆ

นักลงทุนจำนวนมากเหมือนจะคิดว่าตลาดคือบางสิ่งที่มีราคาที่ภายนอกราคา ที่ให้ค่าโดยผู้ค้า ผมอยากจะคิดว่ามันคือมาตรวัดตามเวลาจริงของความเห็นสังคมต่อความสามารถในการผลิตของพวกเขา…หรือเรียกง่ายๆ คืออารมณ์ทางสังคม

เมื่อเข้าใจการตลาดแล้ว ความคิดที่ว่าทุกคนสร้างเงินได้ก็ไม่ใช่ความคิดที่เที่ยงตรงอีกต่อไป แต่เป็นความคิดที่เป็นไปไม่ได้และน่าขำ ถ้าทุกคนสร้างเงินได้ตลาดจะไม่เกิดขึ้น มิเช่นนั้นแล้วใครจะอยู่อีกฝั่งของตลาดล่ะ?

ในอีกทางหนึ่ง นักลงทุนมากมายรู้สึกว่าพวกเขาสามารถเคลื่อนไปพร้อมกับฝูงชนเพื่อให้ได้ (กระดาษ) กำไร และออกมาก่อนที่ฝูงชนจะนำการลงทุนนั้นไปสร้างเป็นกำไรให้ตัวเอง ในทางทฤษฏี มันก็ฟังขึ้น แต่จำเอาไว้ว่าทุกคนทำสิ่งเดียวกับคุณ สิ่งที่ทำให้คุณได้เงินมาในคราวนี้ก็คือฝูงชน หากไม่มีนักลงทุนจำนวนมากตัดสินใจในสิ่งเดียวกัน ตลาดจะไม่ก้าวไปข้างหน้า มันต้องอาศัยความเชื่อมั่นของนักลงทุนในการสร้างแนวโน้ม จากนั้นมันต้องอาศัยการยอมรับว่า “นี่คือบรรทัดฐานใหม่” เพื่อจบมันและ “บิดเบือนมัน” จากนั้นก็ต้องใช้ความท้อแท้เป็นจำนวนมากเพื่อทำลายมันให้เปลี่ยนไปทางอื่น

ทำไมนักลงทุนส่วนใหญ่ถึงสูญเงิน – มีเพียงไม่กี่คนที่เอาชนะตลาดได้ ไม่ใช่ฝูงชน (และฝูงชนก็คือ 80-90+%)

ลองคิดดูสักหน่อยว่าหากนักลงทุนทุกคนทำตามกฎว่าจะไม่ทำเรื่องเสี่ยงเกิน 1% ของบัญชีของพวกเขาในการลงทุน และใช้กลยุทธเดิมๆ ที่คิดขึ้นมาโดยผู้เชี่ยวชาญ การหยุดการสูญเสียจะทำให้ทุกที่และราคาลอยตัวและยุบตัวลง…ที่พวกเขาทำอยู่ในตอนนี้ ที่ผู้คนยึดมั่นในตัวของพวกเขาเอง (และต่างประเภทของ) กลยุทธ! หรือในอีกทางหนึ่ง ทุกคนพยายามทำเรื่องที่ “ถูกต้อง” ที่เหมือนกัน สร้างการเคลื่อนไหวบนตลาดที่เหมือนกัน ทำให้ทุกคนต่างก็ทำในเรื่องที่ “ผิด” ต่อตัวเองเหมือนกัน

นี่คือเหตุผลที่นักลงทุนส่วนใหญ่สูญเงิน และมันเป็นสิ่งที่นักลงทุนที่ไม่ธรรมดาต้องก้าวผ่าน จากที่อาจารย์อูเกวได้เอ่ยไว้ในภาพยนตร์เรื่อง ‘กังฟูแพนด้า’ “คนผู้ใดมักได้พบเจอกับโชคชะตาของตน ในเส้นทางที่พวกเขาเลือกเพื่อหลีกหนี”

โชคดีที่มันแทบเป็นไปไม่ได้ในการโน้มน้าวให้กระทิงกลายเป็นหมี เมื่อพวกเขาอยู่ในตำแหน่งแล้ว มันอาจจะกลายเป็นเรื่องที่หยั่งไม่ถึงมากขึ้นในการโน้มน้าวให้นักลงทุนแต่ละคนลงทุนในทางใดทางหนึ่ง จุดสำคัญคือมันไม่สำคัญอีกแล้วว่าใครจะลงทุนอย่างไร หรือใครจะลงทุนเหมือนๆ กัน…ส่วนใหญ่แล้วคือจะสูญเสีย การพยายามที่จะหลีกเลี่ยงมัน (หรือคือการสร้างกำไร) จะสร้างบ่วงไปผูกคอพวกเขาเอง

ทำไมคนส่วนใหญ่ถึงสูญเงิน – ไม่เข้าใจธรรมชาติของตลาด

นักลงทุนที่มีประสบการณ์สามารถเรียนรู้ที่จะเคลื่อนไปกับฝูงชน และจะได้รู้ความไม่แน่นอนของฝูงชน (และความไม่แน่นอนของตัวเองเช่นกัน) นักลงทุนจะรู้ได้ในที่สุดว่าอารมณ์ทางสังคมบงการตลาดและข่าวคราว นี่เป็นเรื่องที่ตรงกันข้ามกับทัศนะวิสัยตามปกติ ว่าข่าวและตลาดบงการอารมณ์ทางสังคม

นักลงทุนที่ประสงความสำเร็จจะค้นพบสิ่งที่มันใช้การได้และยึดติดกับมัน ไม่ยอมให้ใครดึงพวกเขาออกจากกลยุทธของพวกเขา และนี่คือสิ่งที่นักลงทุนทำพลาด และเหตุผลที่คนจำนวนมากสูญเงิน แม้ทุกคนจะพยายามกันเต็มที่ พวกเขาก็ไม่สามารถเอาตัวของพวกเขาออกจากฝูงชนได้เมื่อได้นับจริงๆ

เมื่อเพื่อนของคุณทุกคนซื้อหุ้น และพูดว่าน้ำมันในตลาดเปลี่ยนราคาไปเป็น 200 ดอลล่าร์ หรือ 20 ดอลลาร์ (หรือจะเป็นตัวเลขอะไรก็ตามตามแต่วันนั้น) และมีการวิคราะห์ไปในช่องทีวีว่ามันเป็นเช่นนั้น มันก็ยากที่จะทำตัวให้แตกต่างออกไป อย่างไรก็ตาม หากคุณพนันแข่งกับคนอื่นๆ และคุณพลาด เพื่อนของคุณจะหัวเราะเยาะคุณด้วยพวกเขาคิดว่า กำไรทางกระดาษ ของพวกเขาที่จะขยายตัวขึ้นจะเอาไปรับเงินได้ที่ธนาคารเร็วๆ นี้ คุณพบกับความรู้สึกเสียใจที่ทำพลาดในการหาเงิน และบางทีอาจจะรู้สึกอายสังคมด้วย และโอ้สวรรค์ คุณนั้นถูกต้อง ผู้คนแค่เกลียดคุณเพราะคุณเพิ่งทำเงินได้ ขณะที่พวกเขาเพิ่งเสียแม้แต่เสื้อที่ใส่อยู่ของตัวเองไป ฟังดูไร้สาระไหมล่ะ?

พิจารณาจากความโกลาหลของสาธารณะระหว่างการประท้วงวอลสตรีท หรือผู้คนรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมากในการปิดกั้นกองทุนและนักลงทุนที่สร้างเงินเป็นพันล้านได้ เมื่อเห็นราคาบ้านถล่มและได้ผลประโยชน์จากมัน! หรือผู้จัดการที่ไม่พอใจที่ยังมีงานของเขาต่อ ในขณะที่พนักงานคนอื่นตกงาน นักลงทุนที่ชนะและนักวิเคราะห์ที่ถูกต้องมักจะถูก “สาบแช่ง” ในช่วงการตลาดที่เปลี่ยนแปลงฉับพลัน ในขณะที่คนส่วนใหญ่ล้ม

และไม่ผิดหรอก กองทุนเก็งกำไร กองทุนหุ้นต่างๆนั้นก็ไม่มีความแตกต่าง ส่วนใหญ่แล้วต่างก็ถูกผลกระทบไปพร้อมกับผู้ประกอบการค้าปลีกและนักลงทุน แม้ส่วนใหญ่แล้วจะไม่แย่เท่ากับของนักลงทุนที่ไม่มีความรู้ดี ซึ่งเป็นพวกที่จะล้มละลาย สูญเงินทั้งหมดที่มีอยู่จนหมดเมื่อสถานการณ์ย่ำแย่ลง

ที่น่าสนใจก็คือเมื่อกองทุนเก็งกำไรอาจสร้างค่าเฉลี่ยได้ราวๆ ปีละ 20% ของในรอบ 20 ปี นักลงทุนทั่วไปในกองทุนนั้นจะสร้างได้น้อยกว่านั้น ทำไมล่ะ? นั่นเพราะพวกเขาลงทุนและเอาเงินของพวกเขาออกมาในจุดที่ผิดพลาด เหมือนอย่างที่พวกเขาทำลงไปในตลาด กองทุนเก็งกำไรหรือกองทุนหุ้นคือหน่วยงานลงทุน (ขนาดเล็ก) ที่นักลงทุนและแลกเปลี่ยนสามารถฝากและถอนได้ ขึ้นอยู่กับว่าพวกเขาจะคิดว่าจะเอาเงินทุนนั้นไปทำอะไร

โน้ต : นักลงทุนต้องระมัดระวัง “อคติของผู้รอด” พวกเรามักได้ยินเรื่องของคนที่ทำกำไรมหาศาลมากกว่าคนที่สูญเสียทุกอย่าง นั่นเพราะสังคมไม่มีทางรู้เรื่องของคนที่สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง และไม่มีใครพูดถึงพวกเขา คนจำนวนน้อยที่สร้างเงินขึ้นมามักจะพูดบอกให้คนอื่นรู้เรื่องของพวกเขา และสร้างภาพลวงตาที่อาจจะจงใจหรือไม่ได้จงใจขึ้นมา ว่าทุกคนสามารถทำได้เหมือนอย่างที่พวกเขาทำ

และยังต้องคำนึงว่า ทุกคนเริ่มต้นลงทุนเพียงตัวคนเดียวและลงทุนในแบบของตัวเอง แต่ส่วนใหญ่แล้วจะไปจบลงที่อยู่ในฝูงชนและสูญเงินไป (ให้จำอาจารย์อูเกวไว้) ทำไมล่ะ? เพราะแต่ละคนยอมให้มันเกิดขึ้น…โดยไม่ได้ตั้งใจ อารมณ์ทางสังคมของพวกเขา ไม่ว่ามันจะเป็นอารมณ์ในแง่ดี ความโลภ ความกลัว ฯลฯ มักจะถูกเติมเต็มด้วยอารมณ์ทางสังคมแบบเดียวกันที่แพร่หลายอยู่ในสังคม และไม่น่าแปลกใจเลยที่ใครสักคนจะเริ่มชอบแฟชั่นที่คนอื่นๆ สวมใส่อยู่ ในการที่จะปรับเปลี่ยน คนส่วนใหญ่จะเปลี่ยนแปลงไปด้วยกัน เคลื่อนไปยังความปรารถนาแบบเดียวกัน และเคลื่อนออกจากสิ่งที่ไม่ชอบเหมือนๆ กัน เช่นนั้นสิ่งที่ตลาดนำเสนอออกมา จะให้สิ่งเดียวกันตอบกลับมา ที่จะล่อให้นักลงทุนเข้าไปในฝูงชน

ยกตัวอย่างเช่น คนคนหนึ่งมีประสบการณ์ในการลงทุนหุ้นที่น้อย อยากที่จะเข้าไปมีส่วนร่วม เพราะทุกคนที่อยู่รอบตัวเขาต่างเข้าร่วม โฆษณานั้นมีอยู่ทั่วไปในโทรทัศน์ และยังมีผู้ประกาศข่าวภาคค่ำพูดถึงบ่อยๆ ว่าตลาดนั้นดี ในบรรยากาศเช่นนี้ คุณจะมั่นใจได้อย่างแน่นอนว่าจะมี “ผู้ช่วยเหลือ” อยู่มากมายยื่นมือออกมาต้อนรับนักลงทุนผู้นี้เข้าสู่ “ฝูงชน” สอนให้พวกเขาร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับฝูงชน และทำให้พวกเขาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในโลกที่มืดบอด มีคนที่มืดบอดเช่นเดียวกันคอยนำทาง

บันทึกของกิตติศักดิ์ มั่งมี

สร้างอนาคตด้วยตัวของคุณเอง : จากปริญญาตรีสาขาวิทยาศาสตร์เป็นผู้มีอิสระภาพทางการเงิน

ให้ผมได้แนะนำตัวเอง

สวัสดีครับ ผมกิตติศักดิ์ มั่งมี ผมเรียนอยู่สาขาวิทยาศาสตร์ที่ ม.เชียงใหม่ ช่วงระหว่างที่ผมหลงใหลในการลงทุนออนไลน์ ผมเรียนรู้เรื่องของมันเองผ่านทางออนไลน์ ผมเจอฟอร์เร็กซ์และไบนารี่ ออพชั่นและการลงทุนทางออนไลน์ทั่วๆ ไป ผมได้เรียนรู้กลยุทธที่ดีที่สุด และตอนนี้มันได้กลายเป็นเงินได้หลักของผม วันนี้ผมได้ลุกขึ้นมาทำบล็อคส่วนตัวเพื่อให้ความรู้ มันอาจจะทำให้คุณได้คำแนะนำที่ดีบ้าง และคุณอาจจะได้เคล็ดลับดีๆ ในการลงทุนออนไลน์รายวัน ตอนที่ผมค้นพบการลงทุนออนไลน์ ตอนแรกผมทำได้ไม่ค่อยดีเท่าไรหรอก ผมเสียเงินไปเป็นจำนวนหนึ่งด้วย ผมต้องเรียนรู้มามากกว่าจะได้เป็นนักลงทุนออนไลน์ที่แท้จริง มันอาจไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่มือลงมือทำมัน คุณจะได้เรียนรู้สิ่งดีๆ ที่จะทำให้คุณขึ้นไปอยู่ในจุดสูงสุด  

 

เรียนรู้การลงทุน

จากที่ได้อ่านการแนะนำตัวของผมด้านบน ตัวผมก่อนหน้านี้ไม่นานก็เป็นนักเรียนเหมือนกับพวกคุณในวันนี้ ผมมีความฝันของผมอยู่ในหัว และกำลังรอที่จะให้ใครรับรู้ถึงมัน ตอนนั้นผมมีความอดทนคอยผลักดันผมมาโดยตลอด มันผลักผมให้ก้าวหน้าไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ มันผลักดันผมไปจนถึงขีดสุด ให้ผมได้ศึกษามากขึ้น ให้ค้นหาได้มากขึ้นและสร้างประสบการณ์ของผมขึ้นมาเอง สุดท้ายผมอาจกล่าวได้ว่าผมทำสำเร็จแล้ว กิตติศักดิ์ มั่งมี หรือตัวผมสามารถลงทุนได้ดีแล้ว และผมไม่ได้ล้อเล่น

“หากคุณเล่าเรียนมาเป็นอย่างดี คุณจะได้กลายเป็นที่หนึ่ง”

ผมเริ่มต้นเหมือนกับพวกคุณนั่นแหละ แต่ตอนนี้ผมเป็นผู้ค้าหลักทรัพย์ที่สามารถสอนคุณให้รู้ในเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวกับการลงทุนออนไลน์ ผมสอนให้คุณได้รู้จักเรื่องที่เป็นความลับที่จะไม่มีใครแสดงให้คุณได้เห็น ผมจะบอกคุณถึงกลยุทธที่ทำให้ผมขึ้นไปอยู่ในอันดับต้นๆ

ผมมั่นใจว่าบล็อกของผมน่าจะช่วยเปิดหูเปิดตาของคุณได้บ้าง ให้คุณได้เห็นโลกใหม่ที่อยู่ด้านนอกนั่น โลกที่เต็มไปด้วยโอกาสหากคุณเรียนรู้ได้มาก มันรอคุณและการตัดสินใจของคุณอยู่ ให้คุณได้เปล่งประกายในการลงทุนออนไลน์ ผมจะอยู่เคียงข้างคุณ และบล็อกของผมจะช่วยคุณก่อนที่จะเริ่มต้นทำสิ่งใด

 

ทำให้เร็วและทำอย่างรัดกุม

ต้องบอกก่อนเลยว่าการเรียนและประสบการณ์นั้นเป็นสิ่งหนึ่งที่สำคัญมากๆ ที่คุณควรทำเพื่ออนาคตของคุณ และเพื่ออาชีพของคุณ เรื่องดีๆ ของวันนี้คือคุณมีแอพลิเคชั่น ซอฟต์แวร์ และการช่วยเหลือที่พร้อมมอบให้คุณตลอด 24/7 ในหลากหลายภาษาทั่วโลก พวกเขาจะช่วยคุณทุกที่ที่คุณต้องการ และพวกเขาจะช่วยคุณในเวลาไหนก็ตามที่คุณต้องการ 

 

 

สามปีที่แล้วของผม

ผมทิ้งทุกวันที่ปกติของผมไว้ด้านหลัง ผมได้เริ่มสนใจในสิ่งใหม่ และนั่นก็คือการลงทุนออนไลน์ ตอนแรกผมได้เงินไม่มากนักหรอก เพราะงั้นช่วงแรกเลย การลงทุนรายวันถึงเป็นรายได้เสริมของผม ในที่สุดผมก็ค้นพบวิธีการหาเงินให้ได้มากๆ ที่ทำให้ผมตัดสินใจออกจากงานและเริ่มต้นทำงานที่บ้าน

“การลงทุนนั้นไม่จำเป็นจะต้องมีเงินเป็นจำนวนมากก่อน แม้มีเงินอยู่น้อยคุณก็เริ่มต้นการผจญภัยในโลกออนไลน์ได้”

 

นี่คือผลลัพธ์ของผมของเมืองสามปีก่อน

 

  • มิถุนายน 2557 – 25,284 บาท
  • กรกฏาคม 2557 – 15,415 บาท
  • สิงหาคม 2557 + 680 บาท
  • กันยายน 2557 +34 บาท
  • ตุลาคม 2557 + 33,791 บาท
  • พฤศจิกายน 2557 + 52 บาท
  • ธันวาคม 2557 + 68 บาท
  • มกราคม 2558 – 29,504 บาท
  • กุมภาพันธ์ 2558 + 110 บาท
  • มีนาคม 2558 +101 บาท
  • เมษายน 2558 +161 บาท
  • พฤษภาคม 2558 – 109,474 บาท
  • มิถุนายน 2558 +53 บาท
  • กรกฏาคม 2558 – 8,065 บาท
  • สิงหาคม 2558 – 33,587 บาท
  • กันยายน 2558 + 223 บาท
  • ตุลาคม 2558 – 12,795 บาท
  • พฤศจิกายน 2558 +30,150 บาท
  • ธันวาคม 2558 +484 บาท
  • มกราคม 2559 + 120 บาท
  • กุมภาพันธ์ 2559 + 45 บาท
  • มีนาคม 2559 – 19,295 บาท
  • เมษายน 2559 + 82 บาท
  • พฤษภาคม 2559 + 97 บาท
  • มิถุนายน 2559 + 341 บาท
  • กรกฎาคม 2559 -675 บาท
  • สิงหาคม 2559 +65 บาท
  • กันยายน 2559 +7,860 บาท
  • ตุลาคม 2559 – 36,950 บาท
  • พฤศจิกายน 2559 + 50 บาท
  • ธันวาคม 2559 + 49 บาท
  • มกราคม 2560 + 120 บาท
  • กุมภาพันธ์ 2560 + 7,602 บาท
  • มีนาคม 2560 – 8,790 บาท
  • เมษายน 2560 – 50 บาท
  • พฤษภาคม 2560 +9,674 บาท

ประโยชน์ของการลงทุนในชีวิตนักเรียนผม

การลงทุนทางออนไลน์เป็นศิลปะที่สามารถเรียนได้ง่ายๆ และมันสามารถเป็นดินแดนให้คนทุกคนที่อยากจะเป็น (แม้ผู้ลงทุนบางคนจะเสียใจอยู่บ้าง) มันง่ายดายมากกับคนที่อยากจะเปลี่ยนชีวิตของตัวเองอย่างรวดเร็ว และพร้อมที่จะเริ่มต้นใหม่

ประโยชน์บางอย่างอาจเป็น

  • คุณสามารถซื้อและขายหุ้นได้จากทั่วโลกด้วยการเชื่อมต่อทางอินเทอร์เน็ต
  • มันถูกมาก
  • คุณควบคุมได้ทุกอย่างได้ในทุกเวลา จากทุกๆ มุมโลก
  • คุณสามารถเข้าถึงได้ด้วยคลิกเดียว จะมีผู้ช่วยเหลือส่วนตัวหรือไม่มีก็ตาม (นั่นขึ้นอยู่กับคุณ)

มันกลายเป็นสิ่งที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ในทุกปี มีคนมากมายพยายามจะเข้ามาทำงานในสายงานและชีวิตในรูปแบบนี้ มันดูง่ายมาก แต่มีเพียงคนที่ศึกษามาอย่างดีและทำงานมาอย่างหนักเท่านั้นที่จะกลายเป็นที่หนึ่ง ผลลัพธ์ที่เด่นชัดที่สุดคือในวันหนึ่ง ตอนที่คุณเริ่มต้นทำงานอย่างเคร่งเครียด และตอนที่คุณต้องใช้ความรู้ทั้งหมดและที่มากกว่านั้นเพื่อคว้าเป้าหมายของคุณ และมันจะคุ้มค่าเป็นอย่างมาก

 

ผมเป็นนักลงทุนรายวันได้อย่างไร

ทำอย่างไรผม กิตติศักดิ์ถึงได้กลายมาเป็นนักลงทุนได้ มันอาจจะฟังดูแปลกนะครับ ตอนนั้นเป็นตอนที่ผมทานข้าวกับเพื่อน ที่ด้านนอกร้านอาหาร ผมเห็นคนที่กำลังทำงานแบบนั้นอยู่ ตอนแรกผมไม่เข้าใจพวกเขาพูดอะไรกัน พวกเขาพูดแต่ศัพท์แสงของเรื่องการ “ลงทุน” อย่างเช่นเรื่อง Exness, Olymp Trade, binary options และอื่นๆ สำหรับผม ผมรู้สึกเหมือนพวกเขากำลังพูดภาษาต่างดาวกันอยู่เลย

หากต้องการอะไรก็แค่ลงมือทำซะ

และนั่นทำให้ผมสนใจเริ่มหาข้อมูลด้วยตัวเอง และมันทำให้ผมอยากจะเรียนรู้มากขึ้น นั่นทำให้ผมพยายามค้นคว้าเรื่องของมันอย่างหนักและเจอสถาบันการลงทุน Binomo และ Olymp Trade ผมใช้เวลากับที่แห่งนั้นไปมากทีเดียวในการเรียนรู้ ผมเรียนหนักมาก หนักมากจริงๆ ไม่ต้องพูดเลยว่าก่อนหน้านี้ผมไม่มีความรู้อะไรเลย ตอนนั้นผมหิวความรู้มากครับ ตอนนั้นผมใช้บางเวลานั่งหันหลังติดกับคนที่เป็นนักลงทุนที่เก่งกาจของฟอร์เร็กซ์ เขาแนะนำกลยุทธกับผม ตอนนี้ผมบอกได้เลยว่าผมมีกลยุทธที่เป็นของตัวเองเหมือนกันนะ และผมรักมันมากเสียด้วย

ในที่สุดผมก็ได้เป็นนักลงทุนรายวันที่ยอดเยี่ยมคนหนึ่ง ผมเข้าใจภาษาการลงทุน แล้วยังทำเงินผ่านทางออนไลน์ได้ด้วย